DVR: HikVision เครื่องบันทึกภาพรุ่นล่ามาแรง พิมพ์
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ ๓๐ พฤษจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๒ เวลา ๐๗:๐๐ น.

HIKVISION เป็นผู้ผลิตเครื่องบันทึกภาพ ( DVR ) แบบ Stand Alone ที่มีเทคโนโลยี ก้าวหน้าที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วยทีมวิศวกรวิจัยมากกว่า 400 คนทำให้ HIKVISION มีคุณสมบัติโดดเด่น ล้ำยุคกว่า DVR ยี่ห้ออื่น จึงได้รับการยอมรับในองค์กรต่างๆ ทั่วโลกทั้งรัฐ และเอกชน โดยพิสูจน์คุณภาพ ด้วยการผ่านการคัดเลือกให้ติดตั้งใน สนามกีฬาโอลิมปิค 2008 ที่ระเทศจีน , ภาพคมชัดด้วยเทคโนโลยีการบีบอัดรุ่นใหม่ล่าสุด H.264 ใช้งานง่ายด้วย Mouse และอุปกรณ์ remote Control และมี USB Port ทำให้สะดวกในการดึงข้อมูล ( Back Up )

 

จุดเด่นของเครื่องบันทึกภาพแบบ STANDALONE ยี่ห้อ HIKVISION

1. เป็นผู้ผลิตเครื่องบันทึกภาพแบบ Standalone ที่มียอดขายสูงที่สุดในโลก
2. เป็นผู้ผลิต OEM ให้กับยี่ห้อชั้นนำของโลก  และได้งานติดตั้งในหน่วยงานองค์กรของรัฐ และเอกชน ชั้นนำทั่วโลก   ล่าสุดได้รับการคัดเลือก ให้ติดตั้งในสนามกีฬาโอลิมปิค 2008 ที่ประเทศจีน 
3. ใช้เทคโนโลยีในการบีบอัดข้อมูล (Compression) แบบ H.264 หรือ MPEG4-Part 10 ทำให้ภาพที่ได้มีความคมชัดทั้งที่จอแสดงผลและจากภาพที่บันทึกไว้ (Playback)
4. ใช้เทคโนโลยีในการเขียนข้อมูลแบบ FAT32 ทำให้สามารถกู้ข้อมูลที่ชำรุดได้ถึง 3/4 ของข้อมูลใน Hard Disk จะต่างจากเครื่องบันทึกภาพ Standalone ทั่วๆ ไป เมื่อ Hard Disk ชำรุดข้อมูลจะหายทั้งหมด
5. รองรับการทำงานของ Hard Disk ชนิด SATA ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่มีความเร็วสูง และมีแผนการผลิตต่อเนื่องอีกหลายปี
6. สามารถตั้งค่าพารามิเตอร์ต่างๆ อาทิ ความชัดเจนของภาพ (Contrast), ความสว่าง (Brightness), สี (Colors), ความเร็วในการบันทึกภาพ (Frame Rate) และความละเอียด (Resolution) ได้อย่างอิสระ และแยกแต่ละช่องสัญญาณได้
7. เป็นเครื่องบันทึกภาพแบบ Standalone ที่มีลักษณะการทำงานกึ่ง PC BASE ตัวเครื่องบันทึกภาพ สามารถควบคุมการทำงานโดยใช้ Mouse, Remote Control หรือผ่านทางระบบเครือข่าย (Network) ได้
8. สามารถเรียกดูภาพทางไกลผ่านระบบเครือข่าย Network ได้พร้อมกันถึง 15 Users และสามารถกำหนดสิทธิ์ในการใช้งานของแต่ละ User ได้แตกต่างกัน
9. สามารถทำการซูมภาพขณะ Playback ได้ 2 เท่า ทำให้สะดวกในการค้นหาเหตุการณ์

10. สามารถปิดพื้นที่ บางส่วนที่จอภาพ ไม่ให้ปรากฏที่จอภาพได้ อาทิ บริเวณที่พนักงานนับเงิน เป็นต้น
11. มีระบบเตือนภัยเมื่อมีคนร้าย ปิดภาพที่หน้ากล้องโดยภาพที่จอ จะแสดงภาพเต็มจอ ของกล้องที่ถูกปิดภาพ และมีเสียงสัญญาณเตือน หรือส่งผ่านไปยัง CMS
12. มีระบบแจ้งเตือน หากเกิดอาการผิดปกติกับเครื่องบันทึกภาพ ให้ส่งข้อมูลผ่านมายัง CMS อาทิ Motion Detection, Video Loss, Illegal access, Network Fail , Hard disk Error หรือ Hard disk Full เป็นต้น
13. รองรับระบบป้องกันการแก้ไขข้อมูล Watermark
14. มีโปรแกรมบริหาร เครื่องบันทึกภายในเครือข่าย (CMS :Central Management Software)

 

 โปรแกรมบริหาร เครื่องบันทึกภายในเครือข่าย (CMS : Central Management Software)
1. โปรแกรมรองรับการทำงาน การแสดงผลของตัวเครื่องบันทึกภาพได้สูงสุด 50 เครื่องบันทึก และใน 1 หน้าจอการแสดงผล สามารถแสดงผลได้ทีละ 25 กล้อง โดยใน 1 หน้าจอการแสดงผล สามารถเลือกดึงข้อมูลของภาพของแต่ละเครื่องบันทึกจากสถานที่ต่างๆ มาแสดงผลรวมกัน และสามารถจัดกลุ่ม (Group) ในการแสดงผลได้ 32 กลุ่ม

2. รองรับการทำงาน E-map สามารถกำหนดตำแหน่งของกล้อง ลงในแผนผังพื้นที่ติดตั้ง

3. โปรแกรมสามารถทำการตั้งค่ารองรับการทำงานแบบ Pop-UP Alarm ในกรณีที่เกิดการ Alarm ที่ตัวเครื่องบันทึก ระบบจะส่งข้อมูลมาแสดงผลที่ CMS  อาทิ Motion Detection เป็นต้น

4. มีระบบแจ้งเตือน หากเกิดอาการผิดปกติกับเครื่องบันทึกภาพ ให้ส่งข้อมูลผ่านมายัง CMS อาทิ Motion Detection, Video Loss, Illegal access, Network Fail , Hard disk Error หรือ Hard disk Full เป็นต้น

5. สามารถปิดพื้นที่ บางส่วนที่จอภาพ ไม่ให้ปรากฏที่จอภาพได้

6. สามารถเรียกดูภาพทางไกลผ่านระบบเครือข่าย Network ได้พร้อมกันถึง 15 Users และสามารถกำหนดสิทธิ์ในการใช้งานของแต่ละ User ได้แตกต่างกัน รวมไปถึงโปรแกรม CMS ยังสามารถ Remote เข้าไปเพิ่ม หรือแก้ไข User ได้

 7. สามารถทำการ Remote เข้าไปแก้ไขค่า Config ของตัวเครื่องบันทึกภาพ แต่ละสถานที่ได้ อาทิ ความชัดเจนของภาพ (Contrast), ความสว่าง (Brightness), สี (Colors), ความเร็วในการบันทึกภาพ (Frame Rate) และความละเอียด (Resolution) ได้อย่างอิสระ และแยกแต่ละช่องสัญญาณได้

 

 8. สามารถทำการ Remote เข้าไปเรียกดูภาพย้อนหลัง (Playback) ของเครื่องบันทึกภาพแต่ละสถานที่ได้พร้อมกัน

 สนใจรายละเอียด ติดต่อ บริษัท สปีดพลัส เน็ทเวิร์ค จำกัด โทร.045-715496 , 081-6604144

แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ ๓๑ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๑๖:๐๖ น. )